บอกกล่าว เล่าเรื่อง เรื่องราวของเทพเจ้าที่ชาวจีนบูชา ตอนที่ 1

บอกกล่าว เล่าเรื่อง เรื่องราวของเทพเจ้าที่ชาวจีนบูชา

ชาวจีนนิยมกราบไหว้บูชาเทพเจ้าหลายองค์  ตามความเชื่อจะให้พรแก่ชีวิตแตกต่างกันไป  เทพเจ้าที่คนจีนและคนไทยเชื้อสายจีนนิยมให้ความเคารพบูชาตามศาลเจ้า และนำมาบูชาประจำบ้านจนถึงทุกวันนี้คือ

1 ตึ่จู้เอี้ย

1.เจ้าที่ หรือถู่ที้กง หรือโถ่วตีกง เป็นเทพพื้นฐานที่คนเชื้อสายจีนส่วนมากต่างให้ความเคารพบูชาไว้ประจำบ้าน เชื่อที่ว่าเทพเจ้าที่จะคอยดูแลให้ความคุ้มครองท้องถิ่น ที่ดิน ชุมชนนั้นๆ เปรียบเหมือนเป็นเทพารักษ์ประจำท้องที่ หากเคารพบูชาจะพบความสุขสงบร่มเย็น พร้อมช่วยคุ้มครองผู้ที่นับถือบูชา รวมถึงครอบครัวของผู้นั้นอีกด้วย ในการบูชาคนจีนจะนำน้ำชาร้อน และจุดธูป 5 ดอกทุกวัน ในอดีตคนจีนที่ย้ายถิ่นฐานมาค้าขายยังประเทศไทยจะเช่าบ้านเพื่ออยู่อาศัย จึงนำความเชื่อเรื่อง ความเคารพและวิธีการบูชาเทพเจ้าที่มาเผยแพร่ยังประเทศไทย โดยเทพเจ้าที่ หรือถู่ที้กง หรือโถ่วตีกง ที่คนไทยเชื้อสายจีนเคารพบูชาได้เปลี่ยนเป็นตี่จู๋เอี๊ยในปัจจุบัน ซึ่งเชื่อว่าเป็นดวงวิญญาที่สถิตอยู่บริเวณนั้น

2 ปึงเถ้ากง

2.เทพปึงเถ่ากง เป็นเทพเจ้าด้านการปกปักษ์รักษาอีกองค์ที่คนจีนและคนเชื้อสายจีนในแถบประเทศเอเชียอาคเนย์นิยมนำมาบูชา เช่น ประเทศไทย, ประเทศมาเลเซีย, ประเทศสิงคโปร์, ประเทศอินโดนีเซีย, ประเทศฟิลิปปินส์, ฯลฯ เชื่อว่าท่านจะคอยดูแลชุมชน  เทพปึงเถ่ากงมาจากความเชื่อของชาวจีนแต้จิ๋ว จีนฮกเกี้ยน ซึ่งถูกพัฒนามาจากการยกย่องหัวหน้าชุมชนของชาวจีน, วีรบุรุษที่สร้างประโยชน์ให้แก่ชุมชน ซึ่งเสียชีวิตไปแล้ว การบูชาและความเชื่อคล้ายเทพเจ้าที่

3. ตั่วเล่าเอี้ย

3.เทพตั่วเหล่าเอี๊ย หรือเฮี่ยงเทียงเซียงตี่ เป็นเทพแห่งกลุ่มดาวเต่าดำทิศเหนือ มาจากกลุ่มดาวที่มีลักษณะคล้ายเต่ากับงูสีดำ, ขุนพลแห่งสวรรค์, เทพประจำธาตุน้ำ ช่วยป้องกันไฟ เชื่อว่าจะช่วยดูแลคุ้มครองป้องกันภัย ปราบสิ่งชั่วร้ายต่างๆ ทั้งทำให้อายุยืนยาวอีกด้วย  ในราชวงค์หมิงนิยมบูชาเทพตั่วเหล่าเอี๊ย หรือเฮี่ยงเทียงเซียงตี่ในด้านการรบและการค้าขายเป็นอย่างมาก

ชาวจีนนับถือตั่วเหล่าเอี๊ยมาเป็นเวลานานกว่า 2,000 ปีแล้ว เริ่มแรกเรียกเทพองค์นี้ว่า ซวนอู่ (玄武) และเปลี่ยนเป็นเจินอู่ (真武) ในเวลาต่อมา ตั่วเหล่าเอี๊ยรุ่งเรืองที่สุดในช่วงสมัยราชวงศ์หมิง เป็นเทพพิทักษ์ความมั่นคงของประเทศจีน มีอิทธิฤทธิ์รักษาโรค ผีปีศาจจะกลัวมาก ความนิยมเริ่มมาแผ่วลงในช่วงปลายราชวงศ์หมิง เนื่องจากมีตำนานซีโหยวจี้ (西游记)หรือไซอิ๋ว ทำให้ชาวจีนส่วนหนึ่งจึงเริ่มนิยมนับถือพุทธและเทพเจ้าในความเชื่อแบบพุทธ เช่น พระยูไล, เจ้าแม่กวนอิม ฯลฯ

ตามความเชื่อของลัทธิเต๋า ตั่วเหล่าเอี๊ยถือว่าเป็นเทพที่มีฤทธิ์สูงสุดจึงถูกขนานนามว่า ตั่ว (大 จีนกลางอ่านว่า ต้า-แปลว่าใหญ่) หลักฐานและภาพวาดแสดงให้เห็นว่าบ้านของตั่วเหล่าเอี๊ยอยู่ที่อู่ตังซาน (武当山) เดิมชื่อไท่เหอซาน ที่รูปเคารพของตั่วเหล่าเอี๊ย จะมีสัตว์สองชนิดที่นิยมพบคือ เต่าและงู นอกจากนี้ในมือท่านจะถือดาบปราบมาร 7ดาว3ภพ ตั่วเหล่าเอี๊ย ประจำอยู่ทิศเหนือ / ธาตุน้ำ/ สีดำ

4 กวนอิม

4.พระโพธิสัตว์กวนอิม เป็นเทพแห่งความเมตตากรุณา มีไว้บูชาจะช่วยคุ้มครองให้อยู่รอดปลอดภัยและประทานพรตามที่เราอธิษฐาน นิยมนำอาหารเจมากราบไหว้

กวนอิม ตามสำเนียงฮกเกี้ยน หรือกวนอิน ตามสำเนียงกลาง (จีน: 觀音; พินอิน: Guān Yīn; อังกฤษ: Guan Yin)พระโพธิสัตว์ฝ่ายมหายาน เป็นองค์เดียวกันกับพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ในภาษาสันสกฤต ซึ่งมีต้นกำเนิดจากพระสูตรมหายานในอินเดีย และได้ผสมผสานกับตำนานเรื่องเจ้าหญิงเมี่ยวซ่าน ของศาสนาพื้นบ้านจีนจนก่อให้เกิดเป็นพระโพธิสัตว์กวนอิมในภาคสตรีขึ้น เพื่อแสดงออกถึงความอ่อนโยน และแสดงถึงความเมตตากรุณาให้เด่นชัดยิ่งขึ้นดังเช่นความรักของมารดาที่มีต่อบุตร ซึ่งเป็นการผสมผสานกลมกลืนทางความเชื่อที่ปราศจากข้อขัดแย้ง เนื่องจากในสัทธรรมปุณฑรีกสูตรได้อธิบายว่า พระอวโลกิเตศวรนั้นสามารถแบ่งภาคเพื่อโปรดสรรพสัตว์ได้มากมายทั้งปางบุรุษและสตรี และเป็นธรรมดาของพระโพธิสัตว์มหายานที่เมื่อเข้าไปสู่ดินแดนอื่นทั้งทิเบต จีน หรือญี่ปุ่นย่อมผสมผสานกลมกลืนได้กับเทพท้องถิ่นนั้น ๆ อย่างในกรณีพระอวโลกิเตศวรนี้Sir Charles Eliot ได้ตั้งข้อสังเกตว่า “คงเนื่องมาจากความสับสนทางความคิดของชาวจีนในยุคนั้น ซึ่งบูชาเทพเจ้าต่าง ๆ ของตนอยู่แล้ว และเมี่ยวซ่านก็เป็นเทพวีรชนดั้งเดิมอยู่ก่อน พออารยธรรมพระโพธิสัตว์จากอินเดียแผ่เข้าไปถึง ได้เกิดการผสานทางวัฒนธรรมเปลี่ยนชื่อเสียงคงไว้เพียงแต่คุณลักษณะต่าง ๆ พอให้แยกออกว่าเป็นพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์”

พระโพธิสัตว์กวนอิม (ประสูติ 19 เดือนยี่จีน) ชาติสุดท้ายเป็น ราชธิดานาม เมี่ยวซ่าน เดิมเป็นเทพธิดา จุติลงมายังโลกมนุษย์เพื่อมาช่วยปลดเปลื้องทุกข์ภัยแก่มวลมนุษย์ เป็นราชธิดาองค์สุดท้ายของกษัตริย์ เมี่ยวจวง และ ของ พระนางเซี่ยวหลิน ซึ่งมีพระราชธิดา 3 พระองค์ องค์โตชื่อ เมี่ยวอิม องค์รองชื่อ เมี่ยวหยวน เยาว์วัย เจ้าหญิงเมี่ยวซ่าน เป็นพุทธมามกะ รู้แจ้งในหลักธรรมลึกซึ้ง ตั้งพระทัยแน่วแน่จะบำเพ็ญภาวนา เพื่อหลุดพ้นสังสารวัฏ ออกบวชวันที่ 19 เดือน 9 พระเจ้าเมี่ยวจวงไม่เห็นด้วย จะบังคับให้เลือกราชบุตรเขย เพื่อจะได้สืบทอดราชบัลลังก์ต่อไป แต่เจ้าหญิงเมี่ยวซ่านไม่สนพระทัยเรื่องลาภ ยศ สรรเสริญ อันจอมปลอม แม้จะถูกพระบิดาดุด่าอย่างไร องค์หญิงก็ไม่เคยนึกโกรธเคืองแต่อย่างใด

ต่อมาองค์หญิงสามได้ถูกขับไปทำงานหนักในสวนดอกไม้ เช่น หาบน้ำ ปลูกดอกไม้ ทั้งนี้เพื่อทรมานให้เปลี่ยนความตั้งใจ แต่ก็มีเหล่ารุกขเทวดามาช่วยทำแทนให้ทั้งหมด พระบิดาเมื่อเห็นว่าไม่ได้ผล จึงรับสั่งให้หัวหน้าแม่ชี นำองค์หญิงสามไปอยู่ที่วัดนกยูงขาว และให้เอางานของแม่ชีทั้งวัดมอบให้องค์หญิงทำคนเดียว แต่องค์หญิงมีพระทัยเด็ดเดี่ยว ไม่เกี่ยงงานการต่างๆ ก็มีเหล่าเทพารักษ์มาช่วยทำแทนให้อีก พระเจ้าเมี่ยวจวงเข้าพระทัยว่า พวกแม่ชีไม่กล้าเคี่ยวเข็ญใช้งานหนัก ก็ยิ่งทรงกริ้วหนักขึ้น สั่งให้ทหารเผาวัดนกยูงขาวจนวอดเป็นจุณไป พร้อมกับพวกแม่ชีทั้งวัด มีแต่เจ้าหญิงเมี่ยวซ่านเท่านั้นที่ปลอดภัยรอดชีวิตมาได้

พระเจ้าเมี่ยวจวงทรงทราบดังนั้น จึงรับสั่งให้นำตัวราชธิดาไปประหารชีวิต เทพารักษ์คอยคุ้มครองเจ้าหญิงอยู่ โดยเนรมิตทองทิพย์เป็นเกราะห่อหุ้มตัว คมดาบของนายทหารจึงไม่อาจระคายพระวรกาย ดาบหักถึง 3 ครั้ง 3 ครา พระบิดาทรงกริ้วยิ่งนัก โดยเข้าพระทัยว่านายทหารไม่กล้าประหารจริง จึงให้ประหารนายทหารแทน แล้วรับสั่งให้จับเจ้าหญิงไปแขวนคอ ทว่าผ้าแพรที่แขวนคอก็ขาดสะบั้นลงอีก

ทันใดนั้นปรากฏมีเสือเทวดาตัวหนึ่งได้นำเจ้าหญิงขึ้นพาดหลังแล้วเผ่นหนีไปที่เขาเซียงซัน ต่อมา เทพไท่ไป๋ได้แปลงร่างเป็นชายชรามาโปรดเจ้าหญิง ชี้แนะเคล็ดวิธีการบำเพ็ญเพียรเครื่องดับทุกข์ จนสามารถบรรลุมรรคผลสำเร็จธรรม วันที่ 19 เดือน 6 ข้างฝ่ายพระบิดาเข้าพระทัยว่า เจ้าหญิงถูกเสือคาบไปกินเสียแล้ว จึงไม่ได้ติดใจตามราวีอีก

ต่อมาไม่นานบาปกรรมที่พระองค์ก่อไว้ส่งผล เกิดป่วยด้วยโรคร้ายแรง ไม่มียารักษาให้หายได้ เจ้าหญิงเมี่ยวซ่านได้ทรงทราบด้วยญาณวิถีว่า พระบิดากำลังประสบเคราะห์กรรมอย่างหนัก ด้วยความกตัญญูกตเวทีเป็นเลิศ มิได้ถือโทษโกรธการกระทำพระบิดาแม้แต่น้อย ทรงได้สละดวงตาและแขนสองข้าง เพื่อรักษาพระบิดาจนหายจากโรคร้าย ว่ากันว่า ภายหลังสำเร็จอรหันต์ ได้ดวงตาและพระกรคืน เคยแสดงปาฏิหาริย์เป็นปางกวนอิมพันมือ องค์หญิงเมี่ยวซ่านนั้น ตอนแรกเป็นชาวพุทธ ตอนหลังเทพไท่ไป๋ได้มาโปรด ชี้แนะหนทางดับทุกข์ เหตุนี้พระโพธิสัตว์กวนอิมจึงเป็นเทพทั้งฝ่ายพุทธและฝ่ายเต๋าในเวลาเดียวกัน

5 เทพเจ้าไฉ่ซิ้งเอี๊ย

5.เทพไฉ่ซิ้งเอี๊ย เป็นเทพโชคลาภ ซึ่งในปัจจุบันคนค้าขายหรือทำธุรกิจนิยมหามาบูชาเป็นอย่างยิ่ง เชื่อว่าจะนำโชคลาภ เงินทอง โพคทรัพย์ หลั่งไหลมาสู่ผู้ครอบครองอย่างไม่ขาดมือ

ไฉซิ้งเอี้ย หรือ จ่ายสินเอี้ย (จีน: 财神; พินอิน: Cái-shén; อังกฤษ: Cai Shen, God of wealth, God of fortune) เป็นเทพเจ้าของจีนที่ให้คุณทางด้านเงินทอง และโชคลาภ (เทพเจ้าแห่งโชคลาภ) ซึ่งสำหรับชาวจีนแล้วถือเป็นเทพเจ้าที่มีความสำคัญมากที่สุดในการเริ่มเข้าสู่ปีนักษัตรใหม่ (ปีใหม่จีน) เนื่องจากเป็นเทพเจ้าที่ได้รับการกราบไหว้เป็นองค์แรกทีเดียว การบูชาไฉซิ้งเอี้ย สามารถพบได้ในหลายประเทศในทวีปเอเชีย เช่น ทิเบต, จีน, ญี่ปุ่น, เกาหลี, อินเดีย, ไทย, มาเลเซีย, สิงคโปร์, อินโดนีเซีย, มาเก๊า, ฮ่องกง เป็นต้น ไฉซิ้งเอี้ยที่มีความเก่าแก่ที่สุดพบที่บนหน้าผาในทิเบต เรียกว่าปางชัมภล เชื่อว่าไฉซิ้งเอี้ย จะเสด็จมายังโลกมนุษย์เพียงปีละครั้ง คือ ในวันตรุษจีน ดังนั้น ชาวจีนตั้งแต่โบราณเมื่อเข้าสู่วันตรุษจีน (นับตั้งแต่ 0.00 น.) จะทำการตั้งโต๊ะบูชาไฉซิ้งเอี้ย โดยการหันหน้าไปทิศต่าง ๆ ที่เชื่อว่าไฉซิ้งเอี้ยจะเสด็จลงมา ซึ่งจะแตกต่างกันไปในแต่ละปี โดยเวลาที่จะทำการบูชา คือ 23.00-01.00 น. ของวันตรุษจีน ซึ่งของที่ทำการบูชาใช้ของหวาน เช่น ผลไม้, อาหารเจ, บัวลอย, สาคู หรือของรับประทานต่าง ๆ ที่มีสีสันสดใส แต่ไม่ใ้ช้ของคาวหรือเนื้อสัตว์ พร้อมกับนำสิ่งที่เกี่ยวข้องกับเงินทอง เช่น สมุดบัญชีธนาคาร, เช็ค หรือกระเป๋าเงิน มา่ตั้งวางไว้ด้วย เป็นต้น

 

 

 

Advertisements

About lapas168

อาศัยในกรุงเทพมหานคร รักการค้นคว้าศาสตร์ต่าง ๆ อยากนำสิ่งที่เรียนรู้มาเผยแพร่แลกเปลี่ยนเรียนรู้กันและกัน
This entry was posted in เรื่องเล่าจากทุกสารทิศ and tagged , , , , , . Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s